เมื่ออ่านถึงตรงนี้แล้วคงเข้าใจแล้วว่าการเปรียบให้ปลั๊กไฟได้ราวกับเพชร เนื่องจากมีความสำคัญอย่างไรต่อการเลือกหามาใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้า เมื่อในตลาดปลั๊กไฟ หรือ ชุดสายพ่วงมีมาตรฐานเดียวกันแล้วก็ตาม แต่เราสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีให้ทั้งคุณภาพสินค้า และคุณภาพการผลิต รูปแบบสินค้า การออกแบบที่มีเหมาะสมต่อการใช้งานเป็นตัวเลือกด้วย ก็น่าจะได้อะไรที่มากกว่ามาตรฐาน ทั้งนี้การแตกต่างด้านราคาคงมีไม่มากเนื่องจากทุกชิ้นถูกกำหนดให้เป็นไปตามมาตรฐาน หลักๆของการเลือกซื้อจึงเป็นดังนี้คือ
อันดับหนึ่ง คิดว่าจะซื้อปลั๊กไฟไปใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าอะไรบ้าง เมื่อทราบแล้ว ลองค้นหาดูว่าเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นๆต้องการกำลังไฟ หรือ จำนวนวัตต์เท่าไร (สัญญลักษณ์คือ W.หรือ Watt) เมื่อบวกรวมกันเข้าแล้วต่ำกว่า 2300 วัตต์ ก็ให้ซื้อปลั๊กไฟรุ่นที่แสดงคุณสมบัติ 10 แอมป์ ถ้ารวมกันเข้าแล้วสูงกว่า 2300 วัตต์ แต่ไม่เกิน 3800 วัตต์ ก็ให้ซื้อรุ่นที่แสดงคุณสมบัติ 16 แอมป์ ถ้าเกินกว่า 3800 วัตต์ก็ไม่ควรใช้ร่วมกับปลั๊กไฟรุ่นใดๆที่มีขายในตลาด เนื่องมีการระบุอยู่ในมาตรฐานเพียงสองรุ่นคือ 10 แอมป์ และ 16 แอมป์ เท่านั้น กรณีที่อุปกรณ์อาจจะไม่ได้จ้าค่าจำนวนวัตต์ที่ใช้ แต่แจ้งว่าใช้จำนวนกระแสไฟฟ้าเป็น แอมป์ด้วยสัญลักษณ์ A. เราสามารถคำนวณจำนวนวัตต์ได้จากการนำจำนวนแอมป์มาคูณด้วย 220 เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าระบุว่าใช้ 5 A. จำนวนวัตต์ที่ต้องใช้สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นนั้นคือ 5 x 220 เท่ากับ 1100 วัตต์
อันดับสอง คิดว่าจะเหมาะสมกับการใช้งานที่ความยาวสายและจำนวนสวิทช์เท่าไร
อันดับสาม ควรมีหน้าที่อะไรเพิ่มบนปล็กไฟนี้หรือไม่ เพราะหน้าที่เพิ่มขึ้นราคาจะค่อนข้างเพิ่มขึ้นมาก เกินความต้องการปลั๊กไฟเพียงเพื่อเพิ่มระยะห่างของเต้ารับเท่านั้น